เมื่อเย็นสามีรับโทรศัพท์จากเพื่อน พอวางสายก็เดินมาบอกเรา
ว่าเพื่อนชาวอินเดียโทรมาชวนไปทานข้าวเย็นที่บ้าน สามทุ่มมารับ
เราก็อืม ๆ ไปก็ไป แต่ใจคิด “ข้าวเย็นบ้าไรฟ่ะ มารับสามทุ่ม”
มื้อเย็น เราก็เลยหิ้วท้องรอ
และแล้วสามทุ่มกว่า ๆ เพื่อนก็มารับ (สงสัยสามทุ่มมาจากที่บ้าน)
ไม่ีรู้เป็นไร รถที่นี่เค้าไม่ค่อยเปิดแอร์กัน อากาศก็ร้อน แถมเปิดกระจกรถให้ลมร้อน ๆ เข้ามาอีก
นั่งรถไปเราก็นึกบ่นใจ รู้งี้เอาแว่นกันแดดมาด้วยก็ดี
บ้านเพื่อนสามีอยู่ห่างจากบ้านเราราว ๆ สิบนาที
เมื่อไปถึงบ้าน รอบ ๆ เหมือนมีการก่อสร้างอยู่
เดินทะลุกำแพงเข้าไป มีสนามใหญ่ ๆ ไม่รู้ว่ากำลังสร้าง หรือปล่อยว่างไว้อย่างนี้
แล้วก็เดินเข้าบ้านเพื่อน พอไปถึงเพื่อนสามีผายมือว่า เชิญทางนี้
เราก็เดินเข้าไป ภรรยาของเพื่อน ก็เชิญไปนั่งในห้อง
แต่เพื่อนเรียกสามีไปอีกทาง ตรงทางเดินระหว่างสองห้อง มีผ้าม่านกันด้วย (สงสัยม่านประเพณี อิอิ)
แล้วกับสามีก็ขาดการติดต่อกันชั่วคราว
(ผู้หญิง อยู่ส่วนหญิง ชายอยู่ส่วนชาย)
บ้านเพื่อนสามีไม่กว้างมากเท่าไหร่
แต่บ้านช่องเป็นระเบียบ สะอาดสะอ้าน น่าอยู่
สู้บ้านเราไม่ได้อย่างเดียว คือบ้านเรารกกว่า ^^
ห้องที่เรานั่งเป็นห้องนอน มีเตียงนอนขนาดใหญ่วางอยู่ตรงกลาง
พื้นก็ปูพรมแบบแขก ๆ
พอเราเข้าไปถึงเพื่อนก็เชิญให้นั่งบนเตียง
ภรรยาเพื่อนยกน้ำเปล่า น้ำผลไม้ ขนมนมเนยต่าง ๆ มาเสริฟ
ภรรยาเพื่อนยิ้มแย้ม เชิญนั่ง เอาน้ำเปล่าน้ำผลไม้ ขนมนมเนยมา
เธอพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่ฟังพอได้ เธอเลยเข้าใจที่เราพูด
พอเราถามอะไร เธอก็ตอบเป็นภาษาอินเดีย เราก็เดาถูกเดาผิด ยิ้ม ๆ พยักหน้า เอ๋อบ้าง ก็ว่ากันไป
แล้วก็นั่งดูทีวีกันไป สักพักก็มีเพื่อนเธอกับลูกชายมาสมทบ
โชคช่วยที่เพื่อนของเธอพูดภาษาอังกฤษได้
ก็เลยได้เป็นล่ามให้เรากับภรรยาเพื่อน
นั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย ผลัดกันถามผลัดกันตอบบ้าง
เกือบ ๆ ห้าทุ่ม ได้กลิ่นอาหารลอยมาเรื่อย ๆ
คิดในใจ “เอ๊ย เค้าให้ทานข้าวเฉพาะผู้ชายหรือเปล่าหว่า” บ้านเมืองนี้ยิ่งมีอะไรแปลก ๆ อยู่ด้วย
เราก็เริ่มหิว เกือบ ๆ เทียงคืน ภรรยาเพื่อนก็ออกไปเตรียมอาหาร เพื่อนอีกคนก็เลยชวนเราไปดู
แล้วก็ช่วยยกกันออกมา เราเลยรู้ว่า “อ๋อ ที่แท้เ้ค้าให้ผู้ชายทานเสร็จก่อน แล้วผู้หญิงค่อยทาน” (นึกว่าอดซะแล้ว)
พอยกอาหารกันมา เพื่อนก็เอาผ้าพลาสติกไปปูบนเตียง
เราก็ เอ๊ย กินบนเตียงเลยเหรอเนี่ย ก็เลยถามไปว่า “ให้วางกับข้าวบนเตียงเหรอ”
เพื่อนบอกว่า “ใช่ ๆ กลัวเธอนั่งบนพื้นไม่สะดวก”
เราก็ “โอ้วว ไม่เป็นไร อยู่บ้านฉันก็นั่งกับพื้นแบบนี้แหล่ะ”
ก็เลยได้นั่งทานบนพื้นกัน
อาหารมื้อนี้เป็นอาหารอินเีดียล้วน ๆ
มีแกงเนื้อแพะ(กลิ่นแรงนิดหน่อย แต่พอทานได้)
แกงชีสแบบอินเดีย ก็อร่อยดี ข้าวหมกไก่แบบอินเดีย ชื่อเรียกยาก ๆ หน่อย
ขนมปังพิต้า ขนมหวาน มองไกล ๆ เหมือนไอศกรีม ลอยอยู่ในน้ำนมหอม ๆ
แล้วก็ผลไม้อีกหนึ่งกระจาด
ตอนทาน ไม่มีช้อน เราก็ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อนดี
เลยใ้ช้วิชาสมัยเรียน คือลอกเพื่อน
เห็นเพื่อนตักแกงไปวางไว้ขอบจาน เราก็ทำบ้าง
แล้วก็เอาขนมปังมาเปิบทานกับแกง
อ๋อ แบบนี้ไม่ยาก จกส้มตำกับเพื่อนบ่อย ^^
นั่งทานกันไป เพื่อนก็ตักซี่โครงแพ่ะมาให้อีกชิ้นโต ๆ
อีกคนก็ตักข้าวหมกไก่ให้ พร้อมไก่สองชิ้น
พอเราทานไปสักพัก ก็ตักเพิ่มให้อีกชิ้น
(กระดูกแพะ กระดูกไก่กองใหญ่เลย ^_^’)
อิ่มมาก ๆ เจ้าบ้านและเพื่อนเอาใจใส่ดีมาก ๆ
นั่งดูทีวีกันไปสักพัก เทียงคืนกว่า ๆ ลูกชายเพื่อนสามีก็ออกมาเรียกเรา
เราก็เลยไปโผล่หน้าที่ห้องที่สามีนั่งอยู่ สามีก็เลยชวนกลับ
เราก็เลยออกมาร่ำลาเพื่อน ๆ แล้วก็กลับ
เืพื่อนสามีและลูกชายขับรถมาส่งที่บ้าน
เกือบ ๆ ตีหนึ่ง เรายังอิ่มมาก ๆ อยู่เลย
ก็เลยมานั่งพิมพ์อยู่นี่แหล่ะ
เสียดายไม่มีรูปประกอบ เพราะจะพกกล้องไปถ่ายก็เกรงใจ
เพิ่งรู้จักกันครั้งแรก
Popularity: 31% [?]