Archive for March, 2010

Aaudi Arabia Embassy สถานทูตซาอุดิอาระเบีย ประเทศไทย

สถานทูตซาอุดิอาระเบีย ประเทศไทย
สถานเอกอัครราชทูตซาอุดิอาระเบีย
ชั้น 10 อาคารสาธรธานี 90 ถนนสาธรเหนือ กรุงเทพฯ 10500
โทร. 237-1938-41 โทรสาร 236-4433

การทำวีซานั้น ทำผ่าน agency เท่านั้นควรโทรไปสอบถามก่อนทุกครั้งนะคะ
เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง และไม่เสียเที่ยว

เจ้าหน้าที่พูดไทยได้ และบริการก็ดีค่ะ

Popularity: 12% [?]

March 24, 2010 Posted Under: information   Read More

Sandstorm พายุทะเลทราย @ Saudi

พายุทะเลทรายที่ริยาร์ด (Riyadh) ประเทศซาอุดิอาระเบีย น่ากลัวเหมือนกัน ถ้าเดิน ๆ อยู่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ คงตกใจกลัวไม่น้อยเลยหล่ะ มาดูรูปพายุทะเลทรายที่กำลังจะกลืนเมืองกันดีกว่า

พายุทะเลทราย
พายุทะเลทราย ที่ริยาร์ด

พายุทะเลทราย
พายุทะเลทราย ที่ริยาร์ด

sandstorm
พายุทะเลทราย ที่ริยาร์ด

พายุทะเลทราย
พายุทะเลทราย ที่ริยาร์ด

พายุทะเลทราย
พายุทะเลทราย ที่ริยาร์ด

พายุทะเลทราย

พายุทะเลทราย ที่ริยาร์ด

การแต่งกายแบบมุสลิมที่มีการปิดหน้าปิดตาก็มีผลดีเหมือนกันนะคะ เพราะนอกเหนือจากการแต่งกายเพราะกฏศาสนาแล้ว ก็ยังช่วยป้องกันฝุ่นผงเข้าตาได้ด้วย

Popularity: 7% [?]

March 24, 2010 Posted Under: Travel and Photos   Read More

Prepare yourself to live in Saudi ผู้หญิงไทยไปซาอุ เตรียมตัวอะไรบ้าง

เก็บตกกระทู้หาข้อมูลเตรียมไปประเทศซาอุดิอาระเบีย ที่เราได้โพสไว้ที่ pantip.com

แต่ว่าไม่ได้เก็บเข้าคลังกระทู้เก่าไว้ กระทู้กำลังจะหมดอายุ เราเลยเอามาลงไว้ในเว็บนี้ด้วย

เผื่อเป็นประโยชน์สำหรับใครที่กำลังมองหาข้อมูลประเทศซาอุฯ

ผู้หญิงไทย บินไปประเทศซาอุฯ คนเดียว ต้องเตรียมตัวอะไรบ้างคะ

กำลังจะทำวีซ่าติดตามสามีค่ะ

ได้เอกสารใบสีเหลืองสำหรับติดต่อ agency มาแล้ว

สามีอยู่ที่ซาอุ ไม่ได้กลับมารับ

ก็เลยต้องไปคนเดียว

ตอนนี้ก็เตรียม ๆ เสื้อผ้า ผ้าคลุมผมไว้บ้างแล้ว

ไม่ทราบว่าต้องแต่งตัวแบบผู้หญิงซาอุฯ จากเมืองไทยเลยหรือไม่

(ยังแต่งไม่ค่อยเป็นเลยค่ะ)

แต่หวั่น ๆ เรื่องการเดินทาง ของผู้หญิงคนเดียวไปซาอุ

กลัวได้ที่นั่งข้างผู้ชายแขก

ไม่ทราบว่ามีท่านใดมีคำแน่ะดี ๆ อะไรหรือเปล่าคะ

ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

จากคุณ : CutieBam

เขียนเมื่อ : 15 ก.พ. 53 21:50:58

ความคิดเห็นที่ 1

สามีเป็นคนไทยหรือ ซาอุดี้ค่ะ ไปลงเมืองไหน ริยาด หรือ เจดดาห์(ได้แนะนำสายการบินถูกคะ) คุณ จกท. พุทธหรือมุสลิมคะ

ต้องแต่งจากเมืองไทยเลยค่ะ

ไม่แนะนำให้แต่งบนเครื่อง เพราะจะไม่สะดวก

มีร้านที่ กทม. และนนทบุรี ขายชุด กาลาไบยาสีดำ ของผู้หญิงสำเร็จรูป

ฮิญาบ คลุมง่ายค่ะ ดิฉันคลุมเองวันแรก แม่สามีเข้ามาหอมแก้มชมใหญ่เลยว่าคลุมเป็นได้งัย

ถ้าไม่อยากคลุมเอง ให้ซื้อสำเร็จรูปค่ะ ดิฉันมีเบอร์ร้าน แต่คงลงไม่ได้เนอะ

ถ้าจะทำเองให้ให้ผ้าคอตตอน เพราะไม่ลื่น สำหรับมือใหม่ ต้องติดเข็มกลัดหลายชั้นหน่อย ที่ซาอุ ฯ ห้ามฮิญาบที่เป็นสีสันนะ ยืนพื้น สีดำกับสีขาว

ส่วนสายการบิน ก็มีมาเลเซีย แอร์ไลน์ แต่แวะที่ KL ก่อนบินตรงเข้า

เจดดาห์

เวลา คุณแจ่งตัวแบบนี้สายการบินเค้าจะจัดที่นั่งตามวัฒนธรรมคะ ถ้าคนนั่งใกล้เป็นผู้ชาย แอร์ ฯ จะเปลี่ยนให้อัตโนมัติ ถ้าเค้าไม่ได้เปลี่ยน คุณสามารถขอเค้าได้คะ พอคุณแต่งตัวคลุมแบบนี้ เค้าจะถามคุณว่าจะต้องละหมาดมั้ย ก็ตอบไปว่า ไม่ละหมาด แค่น้นคะ จบ อาหารก็เสริฟ์ ฮาลาล ตามปกติ

จากคุณ : มาดามพันชั่ง

เขียนเมื่อ : 15 ก.พ. 53 23:34:46 A:41.233.84.14 X: TicketID:252605

ความคิดเห็นที่ 2

Emirates Airlines

Egypt Air

Kuwait Airways

Qatar Airways

Malaysia Airline

หลัง จากนั้นที่เหลือ ก็เตรียมตัวและเตรียมใจ หนึ่งเดือนแรก หรือมากกว่านั้น อาจจะเศร้า หดหู่ เพราะเป็นประเทศปิด คูณจะออกไปเดินห้างซื้อของ ต้องคลุมหมดส่วนมากคลุม นิขาบ( คือคลุมทั้งหมด เห็นแต่ลูกกะตา)

บูข่า (คลุมทั้งหมดไม่เห็นอะไรเลย แต่เจ้าตัวจะเห็นเพราะผ้าที่คลุมบริเวณตายังโปร่งนิด ๆ) และใส่ถุงมือสีดำ

ถ้า เพื่อนชายสามีมาบ้าน จัดการเรื่องข้าวปลาอาหารเสร็จ ต้องกลับเข้าไปอยู่ในห้องให้มิดชิด ไม่ต้องไปต้อนรับขับสู้ หรือส่งที่ประตูบ้าน

เราแรก ๆ ก็มีอาการ cultuer shock แรก ๆ ไมเกรนกำเริบเลย อาเจียน ขนาดอียิปต์น่ะ โชคดีเรายังเถียง ยังดุ กับสามีเราได้

แต่ถ้าแต่งงานกับหนุ่มซาอุดี้ แค่เถียงปุ๊บ บีบคอผู้หญิงเลยค่ะ แต่สามีข่มขืนภรรยาไม่ผิดด้วย ที่นั่นผู้หญิงจะเก็บกดเยอะ เราไปเที่ยวแค่ไม่กี่ครั้งก็ไม่ค่อยอยากไปอีก คือเมืองเค้าสวย สะอาด สงบ ไม่มีสถานบันเทิง คือเหมือนเมืองในฝันคะ ไม่มีคนพลุกพล่าน แต่ให้อยู่ถาวรไม่เอาอ่ะ

แต่ตอนนี้มีรถไฟใต้ดิน แล้วนะค่ะ เดินห้างที่นั่น ถ้าเห็นใครหล่อ ๆ สูง ๆ แล้วมีคนเดินตามเป็นพวน ให้สงสังได้เลยว่าเจ้าชาย ที่นั้นเจ้าชาย สองพันพระองค์ค่ะ แต่อยู่กระจัดกระจาย หลาย ๆ เมือง

จากคุณ : มาดามพันชั่ง

เขียนเมื่อ : 15 ก.พ. 53 23:58:35 A:41.233.85.138 X: TicketID:252605

ความคิดเห็นที่ 3

สวัสดีค่ะ

สามีเป็นคนอเมริกันค่ะ บินไปลงริยาด นับถือศาสนาพุทธค่ะ

ตอนนี้มีชุดดำ ๆ แล้ว 1 ชุด ผ้าคลุม 1 ผืนค่ะ

แต่ยังใช้ไม่เป็น

ชุด ดำ ๆ ที่สวมข้างนอก มันสั้นประมาณเหนือตาตุ่ม คาดว่าถ้าใส่แล้วเห็นปลายกางเกงที่สวมด้านใน แบบนี้ใช้ได้มั้ยค่ะ หรือว่าต้องหาซื้อใหม่ (ชุดนี้ได้มาจากเพื่อนอีกที)

อยากได้ผ้าคลุมแบบสำเร็จรูปมาก ๆ เลยค่ะ ถ้าไปหาซื้อแถวประตูน้ำ หรือแพลทตินั่นไม่ทราบว่ามีหรือเปล่าคะ

พรุ่งนี้จะมาเพิ่มรายละเอียดหลังโทรไปคุยกับ agency ค่ะ

ขอขอบคุณ คุณ มาดามพันชั่ง มาก ๆ นะคะ

ข้อมูลดีมาก ๆ มีประโยชน์มาก ๆ เลยค่ะ

ขอขอบคุณค่ะ

จากคุณ : CutieBam

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 00:35:30

ความคิดเห็นที่ 4

คุณ : มาดามพันชั่ง คะ

เราเป็นพุทธไม่ได้เป็นมุสลิมแต่งแบบเรียบร้อยไม่โป๊ไม่เซ็กซี่เรียบร้อยมากๆแต่งไม่คลุมอะไรเลยไม่ได้หรอค่ะคือ

ทำไมเราต้องคลุมเหมือนบ้านเค้าด้วยละคะ

ดิช้านอยากรู้น่ะค่ะช่วยบอกดิช้านหน่อยคะ

จากคุณ : มาดามในยุโรป [FriendFlock]

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 00:48:03

ความคิดเห็นที่ 5

ประตูน้ำ ไม่เคยไปหาเหมือนกันนะค่ะ

มีร้านอยู่ซอยมิสทีน (ถนนสุขาภิบาล 3)

ร้านอาริฟ อยู่ในซอย ตรงข้ามมัสยิดสวนพลู

ร้าน บิน ไซแอน บางบัวทอง

อาจจะลำบากคุณพี่นิดหนึ่งนะค่ะ

ที่ร้านมีทุกอย่างที่แบบสำเร็จรูป

สามี พี่มารับที่สนามบินหรือเปล่าค่ะ ชุดที่พี่มีนู๋เกรงว่าจะไม่พอ เพราะไม่ถูกต้องตามธรรมเนียม เวลาพี่ได้เข้าไปประเทศเข้าแล้ว แต่งแบบประยุกต์ก็ได้ค่ะ แต่ตอนผ่านเข้าเครื่องอย่าเสี่ยงดีกว่าเนอะ

ชุด ที่พี่เล่านู๋ นึกออก อันนี้แต่งอยู่กับบ้านที่ริยาดได้ค่ะ ที่สนามบินเจดดาห์ ริยาด ดัมมาน มีเจ้าหน้าตรวจจับเรื่องการแต่งงานของคนที่ถือ

หนังสือเดินทางต่างชาติ พวกเอเซีย และยุโรป และ อเมริกาด้วยค่ะ

เดี๋ยวนู๋ รอฟังข้อมูลจากพี่เพิ่มนะค่ะ

จากคุณ : มาดามพันชั่ง

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 01:21:43 A:41.233.85.138 X: TicketID:252605

ความคิดเห็นที่ 6

ขอบคุณค่ะ คุณพี่มาดามในยุโรป …ที่สนใจ

เรื่องมันมีอยู่ว่าอย่างนี้ค่ะ

ซา อุดิอาระเบีย เป็นประเทศปิด และพื้นที่ทั้งประเทศของเค้า เค้าถือว่าเป็นดินแดนของพระเจ้า เนื่องจากมี กะบะห์ หินสีดำที่ตั้งอยู่กลางกรุงเมกกะ(จะเห็นช่วงพิธีฮัจญ์) นั้นเป็นสัญญลักษณ์ที่ นบีอิบรอฮีม ซึ่งเป็นศาสนทูตขององค์อัลเลาะห์ ยกหินขึ้นมาใหม่ หลังจากเกิดสงคราม สำหรับผู้ที่ไม่เชื่อในพระเจ้า และประกาศให้ชาวมุสลิมทุกคนต้องมาที่นี่ หนึ่งครั้งในชีวิต

ผู้ใดก็ตามที่ไม่ใช่ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม (หรือชาวมุสลิม) เข้าดินแดนของเค้า ที่ไม่ได้มีกิจเพื่อการศาสนา ต้องเข้าประเทศเค้าด้วยกฎระเบียบที่เคร่งมาก เพราะมีกฎ ซะรีอะย์ ตามหลักศาสนาอิสลาม เกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ต่อ มุสลิมะห์( สตรีผู้หญิงทีเป็นมุสลิม) ที่ต้องพึงปกปิดอวัยวะทุกส่วน

และประเทศ เหล่านี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพานักลงทุนภายนอก บริษัทยักย์ใหญ่ที่มีฐานการผลิตน้ำมันมากที่สุดคือ Saudi Aramco และเค้าไม่นิยมที่จะรับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาเลย โรงแรมห้าดาวที่อยู่ในประเทศนั้น เจ้าของเป็นเชื้อพระวงศ์ทั้งหมด พนักงานไม่มีผูหญิง ถีงมีต้องเป็นผู้หญิงนับถือศาสนาคริสต์เท่านั้น และอายุก็มาก แต่ต้องคลุมหมดเหมือนกัน

ประเทศซาอุ ฯ ไม่ยอมเปิดประเทศ เพราะให้เหตุผลว่า การพัฒนาประเทศไม่จำเป็นต้องรับเอาวัฒนธรรมที่ ที่มันจะพร้อมกับมนุษย์ซึ่งเป็นนักลงทุน

และทุกอย่างขึ้นอยู่กับพระเจ้าเป็นผู้กำหนด…

เค้า ยังสามารถเฆี่ยน คนต่างชาติ ริมถนน โดยไม่กลัวการถูกวิพากท์วิจารณ์จากชาวโลกด้วย…เพราะทุกคนต่างรู้ว่า กฎระเบียบที่นี่เคร่งมากที่สุด

ซาอุฯ ห้ามผู้หญิงขับรถ ห้ามนั่งหน้าคู่คนขับรถ ซึ่งเป็นผู้ชาย

ห้ามผู้หญิงยกน้ำดื่ม หรือทานอาหารในที่สาธารณะโดยไม่มีอาการสำรวม

จากคุณ : มาดามพันชั่ง

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 01:54:07 A:41.233.85.138 X: TicketID:252605

ความคิดเห็นที่ 7

คุณมาดามพันชั่งคะ (รบกวนพื้นที่เจ้าของกระทู้นิดนะคะ) คือดิฉันได้เคยอ่านความคิดเห็น

ของคุณ ที่เกี่ยวกับ ประเทศแถบตะวันออกกลาง และ ศาสนาอิสลาม ทำให้รู้สึกเกิดความ

สนใจอย่างบอกไม่ถูก อยากติดตามอ่านเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะผู้หญิงอิสลาม หรือ

มีสามีเป็นอิสลาม ไม่ทราบคุณพอจะแนะนำหนังสือให้อ่านได้บ้างไม๊คะ พอดีว่าเดือนหน้าจะ

กลับเมืองไทยจะได้ไปหาหนังสือมาอ่าน ขอแบบเป็นภาษาไทยนะคะ เพราะถ้าเป็นภาษา

อังกฤษ กลัวจะแปลเพื้ยนไปน่ะค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

จากคุณ : Scottish in law

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 02:20:28 A:86.131.192.84 X: TicketID:139841

ความคิดเห็นที่ 8

ขอบพระคุณมากค่ะ คุณ Scottish in law

รายชื่อหนังสือนะค่ะ เป็นภาษาไทยอ่านง่ายค่ะ ถ้าไปเลือกที่ร้านก็จะมีให้เลือกเยอะ แต่สองเล่มนี้ เหมาะสำหรับใครที่อยากรู้ว่าอิสลามเป็นแบบไหน

- คู่มือมุอัลลัฟ(มุสลิมใหม่) เล่มสีฟ้า ในนี้จะบอกทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องเหตุการณ์สัญลักษณ์วันสิ้นโลก จนกระทั่ง วัฒนธรรม เล่มนี้ขนาดเท่าหนังสือเรียนปกติค่ะ ตัวอัษรใหญ่อ่านง่าย เนื้อหารวม มีแบบถามตอบ คำถามที่ต้องการคำตอบ มีหมดค่ะ

- มาเข้าใจอิสลามกันเถอะ( เล่มสีส้ม เล่มเล็ก) เล่มนี้ต้องลองสอบถามที่ร้านว่ามีหรือเปล่าค่ะ

ร้านนี้มีหมดค่ะ ชื่อร้าน ศูนย์หนังสือ มานพ วงศ์เสงี่ยม

ถนนพระรามเก้า สวนหลวง โทร 02-718-4055 , 02-718-4096

เพราะหนังสือส่วนมากเรา ซื้อมาจากริยาดที่ ริยาดมีศูนย์หนังสือเกี่ยวกับศาสนาอิสลามแปลประมาณ ยี่สิบกว่าภาษาคะ อัล-กรุอาน ฉบับภาษาไทยก็มีค่ะ แล่มสีแดง

จากคุณ : มาดามพันชั่ง

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 02:46:06 A:41.233.85.138 X: TicketID:252605

ความคิดเห็นที่ 9

เห็นชื่อกระทู้ก็เข้าใจได้ว่าต้องได้อ่านความเห็นดีๆของน้องมาดาม แล้วก็ไม่ผิดหวังตามเคย อยากซื้อล๊อตโต้แล้วถูกแบบนี้จัง

สิ่ง ที่น้องเล่าทำให้พี่นึกย้อนไปได้ว่าสมัยก่อนตอนมาเรียนที่อเมริกาใหม่ๆมี เพื่อนเป็นมุสลิมหลายคน ทั้งที่มาจากอินโด และปากีสถานเยอะหน่อย ต่อมามีคนซาอุมาเรียนที่มหาวิทยาลัยพี่ คนซาอุคน นี้เป็นผู้ใหญ่ (ให้พี่เดาก็คงจะสี่สิบกว่าได้) เคร่งมากๆ เค้าหอบเอาภรรยาและลูกมาด้วย มาอยู่อพาร์ทเม้นเดียวกับพี่ห้องติดกัน เป็นเสือยิ้มยากซะด้วย พี่ก็สังเกตว่าภรรยาคลุมมิดชิด ไม่พูดจาอยู่แต่ในห้อง ตอนแรกก็ไม่เข้าใจ จนกระทั่งเพื่อนสนิทที่เป็นปากีอธิบายให้ฟังถึงได้รู้อะไรเป็นอะไร

ครั้ง หนึ่งเพื่อนสนิทคนนี้มาที่ห้องเพื่อทำงานกลุ่ม มีกันหลายคนแต่ทยอยกลับกันเหลือเค้ากับพี่สองคนเก็บงาน พอเสร็จพี่ก็ลงไปส่งเค้าหน้าประตู คุณลุงซาอุเดินขึ้นกระไดมาเห็นพอดีเท่านั้นละเป็นเรื่อง เค้าโทรมาเล่าว่าโดนคุณลุงซาอุเรียกไปดุว่าไม่ควรอยู่กับพี่ตามลำพังสองคน ไอ้เราขำก็ขำ สงสารเค้าก็สงสาร แต่ไม่รู้จะช่วยยังไงได้ พ่อคุณเอ้ย

ว่าแต่น้องมาดามเป็นมุสลิมตั้งแต่ต้นหรือเป็นด้วยการแต่งงานคะ

จากคุณ : กระต่าย

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 03:36:59 A:96.226.132.217 X: TicketID:166635

ความคิดเห็นที่ 10

สวัสดีค่ะ พี่กระต่าย…นึกภาพออกเลยเรื่องที่พี่เล่า

ขอให้พี่ถูกหวยล๊อตโต้นะ

นู๋เป็นมุสลิมด้วยการแต่งงานค่ะ

ก่อนหน้านั้นนู๋ทำงานเป็นข้าราชการไทย มีหน้าที่ต้องเดินทางกับคณะทำงาน เพื่อเตรียมพื้นที่ ประสานงาน วางแผน ดูขบวนรถ ให้กับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไทยที่ต้องไปเยือนในแต่ละประเทศ หรือ state visit official visit

ตั้งแต่ปี 2004-2006

แล้วลาออกมาทำงานกับองค์กรหนึ่งของชาติอาหรับ ที่มีสำนักงานอยู่กรุงไคโรค่ะ เลยได้เรียนรู้ศึกษาอะไรมากขึ้น เลยแต่งงานตั้งรกรากที่นี่ซะเลย

ทุกวันนี้งานที่ทำ คือตามข่าวสารในแต่ละวันของโลก โดยเฉพาะชาติอาหรับ ยุโรป หรือเหตุการณ์ที่คิดว่าจะส่งผลหรือเกี่ยวข้องกับชาติสมาชิก การประชุมแต่ละเวทีโลก ประมวลข่าวสารแล้วส่งเข้าสำนักงาน เพื่อออกมาเป็น action plan หรือ Strategic plan ก็ว่ากันไป นู๋ทำพาร์ทไทม์ เพราะอาชีพหลักแม่บ้าน (อาชีพรองนักช๊อป) งานพาร์ทไทม ทำเป็นงานอดิเรก

อยู่ เฉย ๆ กลัวอืด และเหี่ยวซะก่อน…ค่ะ (แต่เดือนรอมมะฎอนที่ผ่านมาน้ำหนักลดฮวบ ทั้ง ๆ ที่ควรจะขึ้น เพราะทานตอนตีสองทุกวัน) ทุกวันนี้เหลือ 48 จาก 53

จากคุณ : มาดามพันชั่ง

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 05:37:34 A:41.233.85.138 X: TicketID:252605

ความคิดเห็นที่ 11

คุณ จขกท ผ้าคลุมแบบสำเร็จแถวบ้านดิฉันมีขายเยอะเลย ถ้าสนใจดิฉันกลับบ้านปลายเดือนนี้ จะซื้อไปฝากเอาไหมคะ ดิฉันลองไปคลุมดูที่ร้านมาเหมือนกันนะ หน้าตามูทู่มากเลย

จากคุณ : mrs.night owl

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 08:00:42

ความคิดเห็นที่ 12

เรื่องคลุมผมนี่ กำหนดให้คลุมเฉพาะผู้หญิงหรือเปล่าครับ

ผม อยู่ทีโอมาน ก็เห็นผู้ชายที่นี่ก็สวมชดคลุมสีขาว ใส่หมวก (เด็ก 7 ขวบสวมชุดแบบนี้ดูยังกะตุ๊กตา -*-) ผู้หญิงสวมชุดคลุมสีดำและคลุมผม แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ปิดหน้า (เห็นมีเหมือนกันเวลา แต่ถ้าไปต่างจังหวัด) เรื่องคลุมนี้จริงๆแล้วเค้ากำหนดไว้ยังไงแน่? หรือว่าดัดแปลงกันได้บ้าง? ผมยังงมากเลย

พูดถึงซาอุแล้ว ต้องยอมรับว่าเคร่งจริงๆนะ เพื่อนอินเดียหลายคนที่นี่ก็ย้ายครอบครัวมาจากที่นั่น เพราะมีปัญหาว่าภรรยาอยู่ไม่ได้ ก็ห้ามขับรถ ก็ไปซื้อของคนเดียวไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง

จากคุณ : Ter

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 10:10:18 A:85.154.15.171 X: TicketID:182506

ความคิดเห็นที่ 13

เรื่องผ้าคลุมนี่เห็นว่าต้องคลุมปิดหน้าเพื่อความปลอดภัยค่ะ … แต่หลังๆสตรีชาวต่างชาติที่ไปอยู่ซาอุฯ

เขาว่า ให้คลุมผมแต่ไม่ปิดหน้าก็ได้ เหมือนจะได้ยินมาทำนองนี้ผิดถูกยังไงรอคนรู้จริงมายืนยันอีกที

การใช้ชีวิตที่ซาอุ สำหรับผู้หญิงแล้วถือว่ากดดันทีเดียว อย่างที่ คห.ข้างบนบอก ห้ามขับรถ ห้ามออกนอกบ้านคนเดียว

ถ้าจะออกต้องมีผู้ชายในบ้านออกไปด้วย เช่น ลูกชาย สามี อะไรแบบนี้ การเข้าแถวซื้อของ จะแบ่งเป็น ชาย แถว ผู้หญิง อีกแถว

ห้ามเข้าแถวเดียวกัน ….

จากคุณ : น้ำหวาน (NumWhan_SK)

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 12:13:20

ความคิดเห็นที่ 14

ซาอุ ต้องคลุมอย่างเดียวค่ะ ไม่มีข้อแม้ ปิดหน้าได้ยิ่งดีค่ะ แบบเอาผ้าบาง ๆ คลุมทั้งหัวแล้วมองผ่านผ้าอะค่ะ เลิศ เจ้าหน้าที่ (ชาย) จะให้ความเคารพและให้เกียรติ ต้องใส่ อาบาญ่า ด้วยค่ะ (ชุดดำทั้งชุด กรอมเท้า) แต่ประเทศอื่น ๆ แถบนี้ ไม่ต้องใส่ก็ (ยัง) ได้ แค่คลุมศีรษะเฉย ๆ ก็ได้หรือใส่แค่เสื้อแขนยาว กระโปรงยาว คลุมหัว ก็ยังได้ แต่ซาอุ ไม่ได้ค่ะ ไม่ได้

มีผู้หญิงไทยคนหนึ่งสามีเป็นอเม ริกันนี่แหละ แต่ต้องไปทำงานที่ซาอุ เวลาออกจากคอมพาวด์ เขาก็ต้องคลุมอาบาญ่า คลุมจนชินแล้ว เวลาไม่ใส่เหมือนแก้ผ้าออกจากบ้าน ว่างั้น เขามีโอกาสมาเที่ยวดูไบ เขาบอกว่าอารมณ์ต่างกันแบบ ฟ้ากับเหว

อยู่ ซาอุเป็นผู้หญิงแทบขยับตัวไปไหนคนเดียวไม่ได้นะคะ ขับรถก็ไม่ได้นะ ต้องมี ผช (สามี) อยู่ด้วยตลอดกาล ออกไปซื้อของหรือไปไหนก็ควรไปกับสามี เท่านั้น

จากคุณ : Freedom of Life

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 13:27:11

ความคิดเห็นที่ 15

#7

แนะนำว่าไปศูนย์หนังสืออิสลามค่ะ

อยู่ที่ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย ถ.รามคำแหง ซ.รามคำแหง2 กทม.

ห่างจากแยกคลองตันมาทางถนนรามคำแหง ประมาณ 500 เมตร ซอยอยู่ด้านขวามือ เดินเข้าซอย 100 เมตร

แต่ ถ้าหากไม่สะดวกไป ก็ลองสั่งทางเน็ทดูก็ได้ค่ะ แปะลิงค์ให้ ที่นี่เราสั่งมา 2 หนแล้ว เค้าส่งเร็วดีค่ะ (ไม่ได้มีส่วนได้ในการแนะนำเว็ปเค้านะคะ)

hxxp://www.sunnahtrade.com/

ส่วนเล่มที่อ่านง่ายสรุปรวบยอดได้ดี ก็หนังสือชื่อ อิสลามสำหรับผู้เริ่มสนใจอิสลาม ค่ะในเว็ปนี้เค้ามีขาย

ps. หนังสือ มาเข้าใจอิสลามกันเถอะ ที่คุณมาดามแนะนำ ที่บ้านเรามีเป็นเล่มสีน้ำเงินล่ะค่ะ แต่เล่มนี้ก็ดีค่ะ

จากคุณ : LuNaTicCaT

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 13:27:37

ความคิดเห็นที่ 16

ขอบพระคุณทุก ๆ ความเห็นเลยค่ะ

ดีใจจังที่มาช่วยกันถาม เลยได้ความรู้แบบเนื้อ ๆ เน้น ๆ เยอะเลยค่ะ

โทรไปสถานทูตมา

ทางสถานทูต บอกให้เดินเรื่องวีซาผ่าน Agency

ก็เลยโทรไปหา Agency ได้ความว่า ดิฉันจะต้องเอาใบทะเบียนสมรสฉบับแปล (Eng) และเอกสารใบสีเหลืองที่สามีส่งมาให้ ไปยื่นก่อน

จากนั้นก็ต้องไปตรวจสุขภาพ แล้วไปยื่นกับ Agency อีกรอบ

ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ก็จะได้วีซ่า แล้วก็จัดแจงหาตั๋วเครื่องบินได้เลยค่ะ

ตอนนี้ยังไม่ได้ไปยื่นเรื่องเลยค่ะ

รออีกสัก 1-2 อาทิตย์ เผื่อมีอะไรเปลี่ยนแปลง

เรื่องการใช้ชีวิตในซาอุ ก็พอทราบบ้าง แบบผิวเผินค่ะ

พยายาม google หาอ่านอยู่เรื่อย ๆ

เรื่องการเก็บตัวอยู่กับบ้าน ก็เตรียมใจไว้แล้วค่ะ

ปกติก็ไม่ชอบออกไปไหนมากนัก ยิ่งอากาศร้อน ยิ่งไม่อยากไป (เข้าทางเลย อิิอิ)

ตอนนี้เรียนทำเบเกอรี่อยู่ด้วย ก็เลยคิดว่า อยู่กับห้อง ทำขนม ทำกับข้าว แกะสลัก เล่นเว็บไปเรื่อยๆ ไม่น่ามีปัญหาค่ะ ^^

ปล. คุณ mrs.night owl คะ ขอบพระคุณมาก ๆ เลยค่ะ แต่เกรงว่าจะรบกวนมาเกินไป อยากให้คุณกลับมาไทยสนุก ๆ

จากคุณ : CutieBam

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 15:59:54

ความคิดเห็นที่ 17

พี่ ter ที่โอมานการแต่งตัวของผู้ชายคล้าย ๆ ชาวโมร็อคกัน พวกที่ว่าเรียก กุปีเยาะ แต่ถ้าโมร็อคโคจะเป็นสีแดงซะส่วนใหญ่

ชุด สีขาวที่ผู้ชายซาอุใส่สีขาว เรียกว่าดิชดาชา (ชื่อทางการ) แต่คนทั่วไปเรียกโต๊บ เพราะคล้ายกับโต๊บที่บาทหลวงใส่ ใหมถักที่ครอบศรีษะผู้ชาย(เหมือนเสวียนนักมวย) เรียกว่า อากาล ส่วนคลุมศรีษะที่ติดมากับชุดดิดาชา กาฟียะห์ หรือกุตรา ส่วนมีชุดสีดำคลุมแล้วขอบสีทองตามวรรณะเรียกว่า

Bisht….

ดีค่ะ ถ้ามีโอกาสได้ไปที่ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย อาจจะเห็นงานแต่งงานของชาวมุสลิมที่จัด ส่วนวันที่ 26 เดือนนี้เป็นวันของชาวมุสลิม เพราะเป็นวันเกิดศาสดา นบีมูฮัมมัด

ตรวจสุขภาพ ฉัดวัคซีน ไวรัสตับอัเสบต่าง ๆ บี พวกเนี๊ยค่ะ ค่ะ ไม่แน่ใจเรื่อง HIV คล้ายคูเวต

จากคุณ : มาดามพันชั่ง

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 16:43:30 A:41.233.75.47 X: TicketID:252605

ความคิดเห็นที่ 18

ไม่ทราบเป็นอย่างไรเดี๋ยวนี้ แต่เมื่อยี่สิบปีก่อนดิฉันเคยบินไปซาอุคนเดียว ไปลงที่ริยาด บอกตรงๆไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยเกี่ยวกับประเทศนั้น พอถึงสนามบินเขาก็กักไม่ให้ออกจนกว่าจะมีคนมารับ คนมารับเขาก็รออยู่ด้านนอกนั่นแหล่ะค่ะเพียงแต่คนด้านในเขาทำงานช้า ต้องซักถามเราและหลายๆคนไปด้วย

เพราะงั้น ดิฉันว่าอย่างแรกเลย คุณต้องเตรียมเอกสารอะไรที่เกี่ยวกับสามีไปด้วยเพื่อให้เขารู้ว่าเราบินไป อยู่กับสามี ที่สำคัญสมัยนี้อย่าลืมมือถือและเบอร์โทรติดต่อสามี หากคุณจำเป็นต้องโทรหาสามีจากข้างใน

ดิฉันเองไม่ได้เตรียมอะไรไปเลย ญาติที่ดิฉันไปช่วยดูแลเขาที่ซาอุไปซื้อมาอาบาญ่ามาเตรียมไว้ให้แต่จำได้ แม่นว่าดิฉันไม่ได้ใส่ออกไปจากสนามบิน ส่วนผ้าคลุมผม สมัยนั้นหญิงต่างชาติไม่จำเป็นต้องคลุมผม แต่จำเป็นที่ต้องใส่อาบาญ่าเวลาออกไปข้างนอก ส่วนสมัยนี้ไม่รู้ เพราะไม่มีญาติอยู่ที่ซาอุแล้วและก็ไม่เคยได้กลับไปอีกเลยค่ะ อยากกลับไปเหมือนกันแต่เข้าใจว่าเขาไม่มีวีซ่าท่องเที่ยวให้เข้าในประเทศ นั้น

เรื่องนั่งใกล้ผู้ชายแขก ดิฉันเข้าออกซาอุอยู่หลายครั้งยังไม่เคยโดนให้นั่งติดกับผู้ชายแขก แต่เคยมีแอร์มาขอดิฉันให้เปลี่ยนที่นั่งไปนั่งข้างผู้ชายแขกแทนผู้หญิงแขกคน หนึ่ง เขาไม่กล้าลวนลามคุณหรอกหากกลัวก็ขอเปลี่ยนที่นั่งได้ค่ะ

จากคุณ : Rinta [FriendFlock]

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 18:10:16

ความคิดเห็นที่ 19

คุณ Freedom of Life สมัยเมื่อยี่สิบปีกว่าก่อน ถ้าจะไม่เคร่งเหมือนสมัยนี้ เพราะดิฉันสามารถไปไหนมาไหนคนเดียวได้ แต่ต้องมีคนขับรถให้เพราะผู้หญิงขับรถไม่ได้ ไปร้านไทยก็เคยคนเดียวไปช๊อปปิ้งก็เคยไปคนเดียว แต่ไม่กล้าเข้าร้านที่ไม่ค่อยมีลูกค้าเท่าไหร่ เพราะโดนเจ้าของร้านแขก ทำเป็นแอบจับเอวจับมือ แทบจะดันพี่เข้าหลังร้านเลยรีบเผ่นออกจากร้านมาก่อนและก็เข็ดจนตาย

ที่ไม่เคยไปคนเดียวคือร้านอาหารก็ไปกับญาติ เขาจะมีสัดส่วนแบ่งให้ว่าส่วนครอบครัวและส่วนกลุ่มผู้ชายโสดไม่ปะปนกัน

ผู้หญิง ซาอุที่นี่เคร่งมาก เวลาที่ไปทานบุฟเฟ่ต์แถวตามโรงแรม จะเห็นพวกเธอมากับครอบครัวบ้าง เห็นแค่มือก็รู้ว่าเธอคงจะสวยมาก อยากเห็นหน้าแต่ไม่เคยเห็นพวกเธอถอดผ้าคลุมหน้าเลยค่ะ จะทานอาหารก็แค่ดึงผ้าคลุมหน้าออกมาหน่อยและตักอาหารเข้าปากเท่านั้น

ส่วน ผู้หญิงซาอุที่อยู่อังกฤษนี่ดิฉันเคยเห็นอยู่คนหนึ่งหน้าตาสวยมากๆ นั่งเครื่องบินไปด้วยกันจากอังกฤษไปซาอุ เห็นเธอแต่งตัวทันสมัยมากพอเครื่องใกล้ลงก็รีบเปลี่ยนไปใส่ผ้าคลุมมิดชิด เสียอย่างนั้นแหล่ะ

จากคุณ : Rinta [FriendFlock]

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 18:24:11

ความคิดเห็นที่ 20

ถูกค่ะ คุณ รินตา ตอนนี้ผู้หญิงต่างชาติที่เดินทางคนเดียว ต้องมีคนมารับที่สนามบิน จริง ๆ สมัยก่อนก็เป็นแบบนี้น่ะค่ะไม่เปลี่ยนเท่าที่ทราบมา แถมตำรวจบนเครื่องบิน จะขอดูหนังสือเดินทางผู้หญิงที่ไม่ได้คลุมอาบาญ่าด้วยค่ะ

พอลงเครื่องไม่ว่าจะเป็นที่ ดัมมาน ริยาด เจดดาห์ มาดินะห์ จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจพิเศษผู้ที่ถือหนังสือเดินทางต่างชาติ พอผ่านตม. เจ้าหน้าตม. จะส่งสัญญาณตำรวจที่ยืนข้าง ๆ ตรวจเรื่องการแต่งงานโดยรวม พยักหน้าถือว่าผ่าน พอถึงศุลกากร เจ้าหน้าตรงนั้นมีทั้งเจ้าหน้าที่สนามบินและศุลากรจะถามว่ามีคนมารับหรือไม่ ถ้าตอบว่ามี จะมีช่องพิเศษที่ผู้ที่มารับคุณเค้าดีแคล์เอกสาร เช่น หน้าหนังสือเดินทางของผู้เดินทาง หลังจากนั้นเค้าจะเดินมาบอกว่าใช่ญาติคุณหรือไม่

พี่จกท. ต้องส่ง ตัว copy หน้าหนังสือเดินทางของพี่ที่มีรูป และรายละเอียดไปให้สามีที่ เพราะต้องใช้ที่สนามบินค่ะ

จริง ๆ ตอนนี้และสมัยก่อนไม่เปลี่ยนค่ะ (เปลี่ยนยาก) ผู้หญิงยังไม่ไหนมาไหนคนเดียวได้ค่ะ แต่ที่คุณเห็นไปแบบครอบครัว นั่นคือผู้หญิงที่แต่งงานแบบคลุมถุงชน คือไม่ได้จบปริญญา อายุ 18 ก็แต่งงานแล้ว ดังนั้นเวลาออกนอกบ้านจะกลัวค่ะ และแม่บ้านรุ่นใหญ่ที่ออกนอกบ้านกับสามีเพราะอันนี้เค้าเคร่ง เป็นแม่บ้านที่ไม่มีภาระกิจนอกบ้าน เหมือนผู้หญิงสมัยใหม่ ผู้หญิงสมัยใหม่เค้ากล้าเดินทางคนเดียวค่ะ

จริง ๆ ที่ถูกต้องของธรรมเนียมปฎิบัติของชาวซาอุดี้ คือต้องคลุมแบบนิขาบ คือ เห็นแค่ลูกกะตา หรือ คลุมแบบบูข่า ถ้าเข้าสถานที่ราชการ คนที่คลุมแค่ฮิญาบไม่ผิด แต่ไม่ถูกต้อง เหมือนฮิญาบในปัจจุบันเป็นสีสัน ซึ่งไม่ผิด แต่ไม่ถูกต้อง แต่ผู้หญิงสมัยใหม่ทำงานเลยต้องแต่งฮิญาบให้เข้ากับสีชุดค่ะ

แต่ซาอุ ฯ ยืนพื้นสีขาว และดำ ห้ามสีสัน…เท่านั้นเอง

ห้องออกกำลังแยกหญิง ชาย เป็นต้น

เคสบนเครื่องคนที่เคร่งเค้าจะไม่ทำ ถ้าทำก็ไม่ผิด เพราะบางคนไม่สะดวก

จากคุณ : มาดามพันชั่ง

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 19:25:03 A:41.233.93.13 X: TicketID:252605

ความคิดเห็นที่ 21

ความคิดเห็นที่ 13

เรื่องผ้าคลุมนี่เห็นว่าต้องคลุมปิดหน้าเพื่อความปลอดภัยค่ะ … แต่หลังๆสตรีชาวต่างชาติที่ไปอยู่ซาอุฯ

เขาว่า ให้คลุมผมแต่ไม่ปิดหน้าก็ได้ เหมือนจะได้ยินมาทำนองนี้ผิดถูกยังไงรอคนรู้จริงมายืนยันอีกที

การคลุมหน้าของสตรีชาวมุสลิมไม่ใช่เรื่องความปลอดภัยค่ะ แต่เป็นเรื่อง

ของกฎ ชะรีอะห์ คือ สิทธิและหน้าที่ 4อย่าง

-หน้าที่ต่อพระผู้เป็นเจ้า เช่น การเชื่อฟัง การปฎิบัติตาม กฏของพระเจ้า เป็นต้น

-หน้าที่ที่เขาจะต้องปฏิบัติต่อตนเอง เช่น การเป็นคนดี ไม่ทำสิ่งหะรอม และสตรีต้องคลุมหน้า เป็นต้น

-หน้าที่ทีมีต่อบุคคลอื่น อันนี้คือมารยาทค่ะ มีกล่าวไว้ใน หะดีษ

-หน้าที่ที่มีต่อกำลัง อำนาจที่พระผู้เป็นเจ้าประทานแก่ตนเอง

แต่ ในปัจจุบัน ประเทศฝรั่งเศส ต่อต้านการคลุมหน้าทุกอย่างของสตรีชาวมุสลิม เพราะเรื่องความปลอดภัย เพราะถ้าสตรีมุสลิมคลุมหน้าเมื่อไหร่ คุณไม่สามารถให้เค้าเปิดออก เพื่อดูใบหน้าได้ ดังนั้นพวกอาชญากรฉวยโอกาสแต่งกายเลียนแบบ เพื่อก่อการร้ายได้ง่ายค่ะ ที่อียิปต์เริ่มไม่ให้แต่งนิขาบ และบูข่า อนุญาตเพียงฮิญาบค่ะ เห็นหน้าอย่างเดียว คลุมเฉพาะผมและศรีษะ

จากคุณ : มาดามพันชั่ง

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 19:37:40 A:41.233.93.13 X: TicketID:252605

ความคิดเห็นที่ 22

อยากให้กิฟ คุณมาดาม จัง

ข้อมูลเเน่นปึ๊กจริงๆ อ่านไป ได้ความรู้ไป

จากคุณ : prun poa

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 21:37:28

ความคิดเห็นที่ 23

เข้ามาอ่านอีกรอบก็ได้ตวามรู้เพิ่มจากหลายท่านเลยค่ะ ชีวิตในตะวันออกกลางเป็นอย่างไรดิฉันก็ไม่เคยไป ได้แต่หาอ่านเอาจากหนังสือต่างๆ โดยเฉพาะนิยาย มาอ่านแบบนี้จากกระทู้ต่างๆ จากประสบการณ์ที่คนเอามาแลกเปลี่ยนกันก็ได้อรรถรสไปอีกอย่าง

อยาก ถามค่ะ เคยเห็นผู้หญิงอาหรับหลายคนมาเมืองไทยแล้วคลุมมิดชิด มีสิ่งหนึ่งที่ติดตรงจมูกเป็นโลหะ ลักษณะเหมือนครอบหรือบีบไว้ไม่แน่ใจ เรียกว่าอะไร และทำเพื่ออะไรคะ

น้องมาดามพันชั่งเก่งจัง สามารถปรับตัวให้เข้ากับศาสนาอื่นได้แถมยังไปอยู่บ้านเมืองเค้าอีก กฏ ระเบียบไม่ยืดหยุ่นเหมือนบ้านเรา เออ…ว่าแต่หนูเลี้ยงสุนัขลาบาดอร์ได้เหรอคะ เหมือนพี่จำได้ว่าเค้าห้ามเลี้ยง ไปบ้านเพื่อนสนิทก็เห็นแต่แมวเต็มบ้าน พี่เห็นในกระทู้ก่อนหน้านี้ที่พี่ตั้งไว้เรื่องค่าไฟชาวไกลบ้านค่ะ

จากคุณ : กระต่าย

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 22:03:08 A:96.226.132.217 X: TicketID:166635

ความคิดเห็นที่ 24

ขอบคุณค่ะ พี่ prun poa พี่กระต่าย

เรื่องสุนัขหลายคน ก็ถกเถียงเรื่องนี้มานาน ก่อนนู๋จะ covert ซะอีก

ศาสนา อิสลามอนุญาตให้เลี้ยงสุนัขได้ แต่ที่เป็นประเด็นเพราะว่า เวลาเราละหมาด เราต้องชำระร่างกาย อาบน้ำ หรือ ล้างแค่ข้อมือ ข้อเท้า ล้างหู ลูบผม ทั้งหมดนี้เรียกว่า วุดุ เสร็จแล้วไปละหมาดทันที แต่ระหว่างที่เราเดินไปมัสยิด หรือพื้นที่ภายในบ้านก็ตาม เพื่อทำการละหมาด แล้วมีสุนัขมาดม หรือโดนตัวเรา เราเสียวุดุทันที ต้องทำวุดุ และเปลี่ยนชุดใหม่

แต่ถ้าคุณน้องแมว(นังเหมียวน้อย) มาโดนตัวขณะที่ละหมาด ไม่เป็นไรค่ะ

พระคัมภีร์บอกว่า สุนัขจมูกสกปรก แต่แมวสะอาด อันนี้ตามประวัติศาสตร์ชาติอิสลาม…

มี ข้อมูลเด็ดกว่าอีกค่ะ คือ…ตอนที่นู๋ยังไม่แต่งงาน แฟนทำวุดุ เสร็จนู๋ลืมตัว จับมือเค้า เค้าก็แซวว่า ที่รัก ขอพี่เข้าพบพระเจ้าก่อนน่ะ อย่าเพิ่งทำให้เกิดกิเลส…

ชายใดถูกเนื้อต้องตัวหญิง ขณะทำการละหมาด ซึ่งหญิงดังกล่าวไม่ใช่ผู้สีบสายโลหิต ถือว่า การละหมาดครั้งนั้น พระเจ้าไม่ยอมรับ

แม้กระทั่งละหมาด เกิด(ผายลม) ออกมาก็เสียละหมาดเช่นกัน

นู๋ ไม่สามารถละหมาดและแตะต้อง พระคัมภีร์ หรือหนังสืออิสลาม ในวันที่นู๋มีประจำเดือนได้ แต่ต้องทำชดเชย สมมติว่านู๋มีประจำเดือน สี่วัน เท่ากับว่านู๋ขาดศีลอด สี่วันต้อง ชดเชย หลังจากหมดเดือนรอมะฎอน

ส่วน เดือนรอมมะฎอน ถ้านู๋ตั้งครรภ์ ห้ามถือศีลอด หลังคลอดระหว่างให้นมบุตรก็ห้ามถือศีลอด แต่อ่านพระคัมภีร์ได้ (ใครตั้งครรภ์ภายในสองเดือนก่อนและหลังเดือนรอมมะฎอน ถือว่าพระเจ้าประทานมา) หรือคลอดเดือนรอมะฎอนจะโชคดี เห็นหลายคนทำงานเก่ง และโชคดีหลายคน แฟนนู๋เกิดเเดือรอมมะฏอนวันแรกเลย นิสัยเอาแต่ใจเป็นที่สุด แม่รักมากกว่า น้องสาวสองคนอีก แต่เรียนเก่ง

จากคุณ : มาดามพันชั่ง

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 22:26:25 A:41.233.93.13 X: TicketID:252605

ความคิดเห็นที่ 25

ขอบคุณ คุณมาดามพันชั่ง และคุณ LuNaTicCaT มากๆนะคะ ที่แนะนำหนังสือ และแหล่งที่

ซื้อ กลับบ้านคราวนี้ คงได้หอบหนังสือมาอ่านอีกเยอะ ชอบกระทู้นี้จัง ได้ความรู้ขึ้นมาอีกเยอะ

เลย อยากให้กิ๊ฟ กับเขาบ้าง แต่เป็นบัตรผ่านเหมือนกัน เอาเป็นว่าเอาใจจากดิฉันไปเต็มๆก็

แล้วกันนะคะ

จากคุณ : Scottish in law

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 22:47:09 A:86.131.194.130 X: TicketID:139841

ความคิดเห็นที่ 26

นู๋ขออนุญาตเล่าเรื่อง การจดทะเบียนสมรสให้ฟังนะค่ะ อันนี้ชอบช๊อบ อิอิ เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน

ใน เอกสารจดทะเบียนสมรสนู๋นะค่ะ จดกับทนายที่อียิปต์ นู๋ไม่ได้จดที่สถานทูตไทย (อันนี้นานาจิตตังเพราะเรื่องผลประโยชน) แฟนนู๋จดทะเบียนกับนู๋ในกฎหมายอิสลามของอียิปต์ (ที่บอกว่ากฎหมายอิสลามของอียิปต์คือ ตามหลักศาสนาจากพระคัมภีร์มาเกี่ยวข้อง และอิงกับกฎหมายการแต่งงานกับชาวต่างชาติของอียิปต์) ในเอกสารมี 5หน้า (นู๋ชอบหน้าที่3 และ 4 เป็นที่สุด ขำขันน่ะค่ะ)

เพราะหน้าที่ สามและสี่ มีดังนี้

- เจ้าบ่าวต้องเติมจำนวนเงินที่ให้เป็นรายเดือนกับภรรยา

- เจ้าบ่าวต้องเติมจำนวนเงินที่ให้กับภรรยาถ้ามีการหย่าภายในสองปีนับจากแต่งงาน

- และถ้ามีการหย่าไม่ว่าจะภายในกี่ปีก็ตาม เค้าจะต้องส่งเสียนู๋ทุกเดือน โดยใช้ฐานเงินเดือนเป็นที่ตั้งกี่เปอร์เซ้นต์ก็ได้แล้วแต่จะตกลงกัน แต่ห้ามต่ำกว่า ห้า เปอร์เซ็ต์ เป็นเวลาหนึ่งปีเท่านั้น แต่ถ้านู๋มีบุตร ต้องส่งเสียตลอดไป

ตอนที่เค้าถามนู๋ว่าเอาเท่าไหร่ นู๋ตอบไปว่า ไม่เอาไม่ได้หรอ เพราะนู๋ได้จากเค้าเยอะมาก …แต่ก็ตกลงได้ด้วยดี

ส่วน เรือนหอวัฒนธรรมของอียิปต์เป็นแบบว่า ครอบครัวฝ่ายหญิงต้องซื้อเฟอรฺนิเจอร์อะไรก็ได้ หนึ่งเซ็ท ครอบครัวฝ่ายชายไม่ต้องการจากนู๋ แต่คุณพ่อนู๋ โน้นแน่ะ สั่งชุดโต๊ะ dinning room จากบ้านถวายเป็นไม้มะค่า โห และ

ก็โคมไฟโบราณ และตู้โชว์เป็นไม้สัก จากบ้านถวาย …แค่เนี๊ย นอกนั้นเจ้าบ่าวจัดการเอง

ครอบ มุสลิม ถ้าใครเป็นลูกชายจะโชคดี เพราะมรดกแบ่งไม่เท่ากัน ลูกสาวจะได้น้อยกว่า เพราะถือว่าต้องแต่งงานออกเรือนอยู่ดี แต่ลูกชายต้องมีบ้านเป็นส่วนตัวเมื่ออายุครบ 25 ผู้เป็นพ่อต้องซื้ออพาร์ทเม้นท์ให้ลูกชายไว้

บ้านไหนไม่มีฐานะก็ว่ากันไปเรื่องที่อยู่อาศัยก่อนต้องมีเป็นอันดับแรก

ที่ เมืองไทยบางคน มีเงินซื้อรถก่อนบ้านอีกเนอะ แถมเรื่องแต่งงานเลิกกันแล้ว ก็แล้วกันเรื่องอะไรชั้นต้องส่งเงินให้เธอด้วย…อยากได้ค่าเลี้ยงดูไปฟ้อง ศาลโน้น…อิอิ

จากคุณ : มาดามพันชั่ง

เขียนเมื่อ : 16 ก.พ. 53 22:54:30 A:41.233.93.13 X: TicketID:252605

ความคิดเห็นที่ 27

เข้ามาอ่านค่ะ เรื่องราวน่าสนใจมากค่ะ

ขอโหวตนะคะ :)

จากคุณ : little_fuku [FriendFlock]

เขียนเมื่อ : 17 ก.พ. 53 02:14:29

ความคิดเห็นที่ 28

คุณมาดามพันชั่งคะ ตอนนี้อยู่ไคโรหรือคะ อีฟอยู่ที่ดูไบคะ มีสามีเป็นคนอียิปต์เหมือนกันเลย อยากรู้จักอะคะ ไม่ค่อยเห็นคนไทยแต่งงานกะคนอียิปต์เท่าไหร่ ยังไงคุยกันได้มั้ยคะ eve_hello@hotmail.com ขอบคุณคะ

จากคุณ : eve…

เขียนเมื่อ : 17 ก.พ. 53 03:46:08

ความคิดเห็นที่ 29

เพราะปิดนี่แหละ ชายซาอุมาไทยจึงได้ขึ้นหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่ง

ผมไม่เคยอยากไป

ลูกชายเล่าว่าพอถึงวันศุกร์เย็นๆชายซาอุขับรถเป็นแถวไปเที่ยวบาร์ต่างประเทศ

จากคุณ : อิสวาสุ

เขียนเมื่อ : 17 ก.พ. 53 04:15:57 A:71.114.75.107 X: TicketID:146114

ความคิดเห็นที่ 30

จริงดิ(ภาษาไทยวิบัติอีก) ได้ค่ะ เดี๊ยวอีเมล์ไปหาน่ะ

เล่น skype หรือเปล่าค่ะ…

จากคุณ : มาดามพันชั่ง

เขียนเมื่อ : 17 ก.พ. 53 04:16:58 A:41.233.80.90 X: TicketID:252605

ความคิดเห็นที่ 31

เพิ่งเข้ามาเห็นค่ะ เราก็บินมาซาอุ คนเดียวค่ะ ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ ครั้งแรกที่บินมา ด้วยวีซ่าเยี่ยมเยียนสามี ไม่ได้ใส่ abaya บนเครื่องค่ะ จนมาต่อเครื่องจาก กาตาร์มา ที่ ดัมมัม ได้นั่งใกล้คนซาอุฯ เค้าแนะนำให้ใส่abaya เลยไปใส่ในห้องน้ำ ( ได้ผลดีค่ะ เพราะได้เลื่อน ไปเป็นคนแรกของแถวที่ custom ตรวจคนเข้าเมือง ขณะ ที่ผู้หญิงอีก สองสามคนไม่ได้ ใส่ abaya ก็ต่อแถวยาวอยู่ค่ะ )

แต่เราอยู่ เมือง Jubail ค่ะใกล้ๆกับ Khobar ซึ่งว่าได้ว่าเป็นเมืองที่ไม่ค่อยเคร่งครัดแล้วค่ะ ผู้หญิงต่างชาติและศาสนา ไม่ต้องคลุมหัว แล้วค่ะ แต่ใส่ abaya อยู่ค่ะ แต่ริยาห์ด ค่อยข้างเคร่งค่ะ ลองถามแฟนดูนะคะว่าเค้าจะให้วางตัวอย่างไร ต้องคลุมหัวไหม (แฟนอเมริกันบางคนก็ ให้คลุม บางคนก็ไม่ แฟนเราไม่ให้คลุมหัวค่ะ)

เราเพิ่งไปได้วีซ่า residence มาค่ะ ก็ไปติดต่อ agency ที่สถานทูต รับรอง เสียค่าดำเนินการ 3500 บาทค่ะ ( เราเคยเข้าไปสถานทูต เอง สามครั้ง โดนให้ออกมาติดต่อกับ เอเจนซี่ค่ะ สรุปว่าทำเองไม่ได้จริง)ไปตรวจสุขภาพ ที่โรงพยาบาล บำรุงราษฏร์ หรือ โรงพยาบาลกรุงเทพเท่านั้นค่ะ ประมาณ 4800 กว่าบาท) ก็ไปบอกเค้าว่ามาตรวจสุขภาพ เพื่อทำวีซ่าซาอุ ค่ะ ที่บำรุงราษฏร์ดีกว่ากรุงเทพค่ะ เราไปตรวจวันอาทิตย์ วันจันทร์เราไปรับผลเอง ก็ได้ค่ะ (ที่กรุงเทพ วันอาทิตย์เราไป เค้าไม่ตรวจ ) เค้าตรวจเลือด เอกซเรย์ เก็บปัสสาวะ อุจาระ ค่ะ

แล้วนำผลให้เอเจนซี่ไปทำวีซ่าให้ แล้ว เราได้รับพาสปอร์ตคืน วันรุ่งขึ้นค่ะ (ทางโรงพยาบาลจะถามถึงหมายเลข ที่จะ ออกวีซ่าแต่เรายังไม่รู้ ทางบำรุงราษฏร์ ก็ดีนะคะ อำนวยความสะดวกให้ ก็ให้ตรวจ เรา ก็ให้ชื่อ เบอร์โทร ของเอเจนซี่ไป )

เอกสารที่ต้องให้เอเจนซี่ก็ ใบเหลืองวีซ่า, พาสปอร์ตเรา , รูปเราจำนวน 2 รูป ,ใบจดทะเบียนสมรส ที่ผ่านการแปลและรับรอง, ผลตรวจสุขภาพ , สำเนาพาสปอร์ตแฟน , สำเนา iqama ของแฟน , ที่อยู่ และเบอร์โทรแฟนที่ซาอุ ค่ะ

ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ และโชคดีค่ะ

จากคุณ : nooh_na

เขียนเมื่อ : 17 ก.พ. 53 12:08:31

ความคิดเห็นที่ 32

ขอบคุณมากค่ะ คุณ nooh_na

อาทิตย์หน้าจะไปติดต่อ Agency ค่ะ

เรื่องคลุมหน้า เราสะดวกที่จะคลุมมากกว่าไม่คลุมค่ะ

(คิดเอาเองกว่ามันดูกลมกลืนดี ไม่เป็นเป้าสายตา)

อยากได้แบบโชว์ลูกตาอย่างเดียวเลย อิอิ

คืบหน้าอย่างไร ดิฉันจะมาโพสบอกทุก ๆ ท่านนะคะ

ขอบคุณทุก ๆ ความคิดเห็นค่ะ

จากคุณ : CutieBam

เขียนเมื่อ : 17 ก.พ. 53 14:03:13

ความคิดเห็นที่ 33

ค่ะ คุณ CutieBam ก็แล้วแต่สะดวกใจค่ะ เพียงแต่เล่าให้ฟังเพื่อไม่ต้องกลัวกับการมาอยู่ที่ซาอุดิอาระเบียค่ะ และสามีเราก็ไม่ยอมให้คลุมหน้า คลุมเมื่อไรมีโกรธ ว่าไม่เชื่อเค้า (ก็เลยติดที่จะใส่ อาบาญ่า แต่ไม่คลุมหน้าค่ะ) ก็ขอให้สนุกกับการมาอยู่ที่นี่นะคะ ขอให้ได้วีซ่าโดยเร็ววันและเดินทางปลอดภัยค่ะ

จากคุณ : nooh_na

เขียนเมื่อ : 20 ก.พ. 53 01:41:30

ความคิดเห็นที่ 34

ฮือออ ไปไหนคนเดียวไม่ได้

ทำงานไม่ได้

ขับรถไม่ได้

กินอาหารริมถนนไม่ได้

เถียงผู้ชายไม่ได้

ใส่เสื้อผ้าสีอื่น(นอกจากดำขาว) ไม่ได้

นอกจากนี้ยังทำอะไรไม่ได้อีกคะ

ผู้หญิงที่นั่นท่าทางจะลำบากจังเลยนะคะ

จากคุณ : น้องจุ่น

เขียนเมื่อ : 20 ก.พ. 53 22:31:32

ความคิดเห็นที่ 35

ดิฉันมีชุดอะบายา มารบกวนขอคำแน่ะนำค่ะ

ความคิดเห็นนี้ได้แตกไปยังกระทู้ H8951148

จากคุณ : CutieBam

เขียนเมื่อ : 5 มี.ค. 53 17:17:57

ความคิดเห็นที่ 36

อ่านสนุกมีความรู้ดี ขอบคุณทุกคนเลยครับ

จากคุณ : thaiMBA

เขียนเมื่อ : 5 มี.ค. 53 20:40:28

Popularity: 19% [?]

March 24, 2010 Posted Under: information   Read More
Page 1 of 212