Archive for July, 2010

ข่าว : หญิงอิสราเอลฟ้องหนุ่มปาเลสไตน์ข่มขืน ฐานหลอกว่าเป็นชาวยิว ยอมมีสัมพันธ์ด้วย

หญิงอิสราเอลฟ้องหนุ่มปาเลสไตน์ข่มขืน ฐานหลอกว่าเป็นชาวยิว ยอมมีสัมพันธ์ด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ว่า นายซาบบาร์ คาชูร์ หนุ่มปาเลสไตน์ วัย 30 ปี ได้ถูกศาลอิสราเอลตัดสินว่าผิดจริงในข้อหาข่มขืนหญิงอิสราเอล และมีสิทธิถูกดำเนินโทษจำคุก 18 เดือน ภายหลังเขาก่อคดีมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอิสราเอล ด้วยการโกหกว่าเป็นชาวยิว ซึ่งภายหลังต่อมาหญิงรายนี้รู้ว่า เขาเป็นชาวอาหรับ ไม่ใช่ชาวยิว และตัดสินใจดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีกับเขา

รายงานระบุว่า ในคดีดังกล่าว นายซาบบาร์ ซึ่งอาศัยอยู่ในย่านชุมชนอาหรับในเยรูซาเล็มตะวันออก อ้างต่อหญิงอิสราเอลรายหนึ่งว่า เขาชื่อ”ดาเนียล”เป็นชาวยิว มีพื้นฐานการศึกษาจบปริญญาตรี และต้องการมีความสัมพันธ์ที่จริงจัง ก่อนที่ทั้งคู่จะมีความสัมพันธ์กัน อย่างไรก็ตาม ต่อมา ฝ่ายหญิงพบว่า นายซาบบาร์ไม่ใช่ชาวอิสราเอล จึงไม่พอใจ และดำเนินคดีฟ้องร้องเอาผิดทางอาญากับเขา

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า คดีนี้นับได้ว่าเป็นคดีประวัติศาสตร์ ที่มีการจำคุกโจทก์ซึ่งมีความสัมพันธ์ กับผู้หญิงด้วยความยินยอม โดยไม่มีการใช้กำลังด้วยการข่มขืนเหมือนอย่างข้อหาที่เขาถูกตั้งให้ และว่าคดีนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดทางเชื้อชาติ ระหว่างชาวอิสราเอลและชาว อาหรับ ซึ่งการมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างชนสองกลุ่มนี้ ถือเป็นเรื่องต้องห้าม

ด้านทนายความด้านพิทักษ์สิทธิมนุษยชนรายหนึ่งชี้ว่า การกระทำของนายซาบบาร์สะท้อนว่า ชาวปาเลสไตน์ถูกบังคับให้ต้องโกหกในสถานการณ์รอบตัว เช่น ต้องเปลี่ยนสำเนียงการพูด ต้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย และหากเข้าผับ ก็ควรจะไม่มีภาพลักษณ์เหมือนชาวอาหรับ หากพวกเขาต้องการมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอิสราเอล

ที่มา : มติชน

Popularity: 12% [?]

July 26, 2010 Posted Under: News   Read More

นมกล้วย ที่ซาอุฯ ก็มีนะเธอ

สมัยอยู่เกาหลี ติดอกติดใจกับนมรสกล้วยที่เกาหลีเป็นอย่างมาก อร่อยดี
พอย้ายมาอยู่ซาอุฯ อ้าว มีนมกล้วยขายด้วยนี่นา ต้องลองชิมซะหน่อย พลาดได้ไง!!

นมกล้วย
นมกล้วยที่ซาอุฯ หาเจอมีอยู่ยี่ห้อเดียว

นมรสกล้วย
เปิดแล้วก็ชิมซะหน่อย หอมหวาน อร่อยไม่แพ้นมกล้วยที่เกาหลีเลยค่ะ

นมกล้วย
ซื้อมาลองชิมสองกระป๋อง โดนที่รักแย่งไปหนึ่งกระป๋อง

Popularity: 13% [?]

July 24, 2010 Posted Under: Foods   Read More

ไปทานมื้อดึกบ้านเพื่อนชาวอินเดีย

เมื่อเย็นสามีรับโทรศัพท์จากเพื่อน พอวางสายก็เดินมาบอกเรา
ว่าเพื่อนชาวอินเดียโทรมาชวนไปทานข้าวเย็นที่บ้าน สามทุ่มมารับ
เราก็อืม ๆ ไปก็ไป แต่ใจคิด “ข้าวเย็นบ้าไรฟ่ะ มารับสามทุ่ม”
มื้อเย็น เราก็เลยหิ้วท้องรอ
และแล้วสามทุ่มกว่า ๆ เพื่อนก็มารับ (สงสัยสามทุ่มมาจากที่บ้าน)
ไม่ีรู้เป็นไร รถที่นี่เค้าไม่ค่อยเปิดแอร์กัน อากาศก็ร้อน แถมเปิดกระจกรถให้ลมร้อน ๆ เข้ามาอีก
นั่งรถไปเราก็นึกบ่นใจ รู้งี้เอาแว่นกันแดดมาด้วยก็ดี

บ้านเพื่อนสามีอยู่ห่างจากบ้านเราราว ๆ สิบนาที
เมื่อไปถึงบ้าน รอบ ๆ เหมือนมีการก่อสร้างอยู่
เดินทะลุกำแพงเข้าไป มีสนามใหญ่ ๆ ไม่รู้ว่ากำลังสร้าง หรือปล่อยว่างไว้อย่างนี้
แล้วก็เดินเข้าบ้านเพื่อน พอไปถึงเพื่อนสามีผายมือว่า เชิญทางนี้
เราก็เดินเข้าไป ภรรยาของเพื่อน ก็เชิญไปนั่งในห้อง
แต่เพื่อนเรียกสามีไปอีกทาง ตรงทางเดินระหว่างสองห้อง มีผ้าม่านกันด้วย (สงสัยม่านประเพณี อิอิ)
แล้วกับสามีก็ขาดการติดต่อกันชั่วคราว

(ผู้หญิง อยู่ส่วนหญิง ชายอยู่ส่วนชาย)

บ้านเพื่อนสามีไม่กว้างมากเท่าไหร่
แต่บ้านช่องเป็นระเบียบ สะอาดสะอ้าน น่าอยู่
สู้บ้านเราไม่ได้อย่างเดียว คือบ้านเรารกกว่า ^^

ห้องที่เรานั่งเป็นห้องนอน มีเตียงนอนขนาดใหญ่วางอยู่ตรงกลาง
พื้นก็ปูพรมแบบแขก ๆ
พอเราเข้าไปถึงเพื่อนก็เชิญให้นั่งบนเตียง

ภรรยาเพื่อนยกน้ำเปล่า น้ำผลไม้ ขนมนมเนยต่าง ๆ มาเสริฟ
ภรรยาเพื่อนยิ้มแย้ม เชิญนั่ง เอาน้ำเปล่าน้ำผลไม้ ขนมนมเนยมา
เธอพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่ฟังพอได้ เธอเลยเข้าใจที่เราพูด
พอเราถามอะไร เธอก็ตอบเป็นภาษาอินเดีย เราก็เดาถูกเดาผิด ยิ้ม ๆ พยักหน้า เอ๋อบ้าง ก็ว่ากันไป

แล้วก็นั่งดูทีวีกันไป สักพักก็มีเพื่อนเธอกับลูกชายมาสมทบ
โชคช่วยที่เพื่อนของเธอพูดภาษาอังกฤษได้
ก็เลยได้เป็นล่ามให้เรากับภรรยาเพื่อน
นั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย ผลัดกันถามผลัดกันตอบบ้าง

เกือบ ๆ ห้าทุ่ม ได้กลิ่นอาหารลอยมาเรื่อย ๆ
คิดในใจ “เอ๊ย เค้าให้ทานข้าวเฉพาะผู้ชายหรือเปล่าหว่า” บ้านเมืองนี้ยิ่งมีอะไรแปลก ๆ อยู่ด้วย
เราก็เริ่มหิว เกือบ ๆ เทียงคืน ภรรยาเพื่อนก็ออกไปเตรียมอาหาร เพื่อนอีกคนก็เลยชวนเราไปดู
แล้วก็ช่วยยกกันออกมา เราเลยรู้ว่า “อ๋อ ที่แท้เ้ค้าให้ผู้ชายทานเสร็จก่อน แล้วผู้หญิงค่อยทาน” (นึกว่าอดซะแล้ว)

พอยกอาหารกันมา เพื่อนก็เอาผ้าพลาสติกไปปูบนเตียง
เราก็ เอ๊ย กินบนเตียงเลยเหรอเนี่ย ก็เลยถามไปว่า “ให้วางกับข้าวบนเตียงเหรอ”
เพื่อนบอกว่า “ใช่ ๆ กลัวเธอนั่งบนพื้นไม่สะดวก”
เราก็ “โอ้วว ไม่เป็นไร อยู่บ้านฉันก็นั่งกับพื้นแบบนี้แหล่ะ”
ก็เลยได้นั่งทานบนพื้นกัน

อาหารมื้อนี้เป็นอาหารอินเีดียล้วน ๆ
มีแกงเนื้อแพะ(กลิ่นแรงนิดหน่อย แต่พอทานได้)
แกงชีสแบบอินเดีย ก็อร่อยดี ข้าวหมกไก่แบบอินเดีย ชื่อเรียกยาก ๆ หน่อย
ขนมปังพิต้า ขนมหวาน มองไกล ๆ เหมือนไอศกรีม ลอยอยู่ในน้ำนมหอม ๆ
แล้วก็ผลไม้อีกหนึ่งกระจาด

ตอนทาน ไม่มีช้อน เราก็ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อนดี
เลยใ้ช้วิชาสมัยเรียน คือลอกเพื่อน
เห็นเพื่อนตักแกงไปวางไว้ขอบจาน เราก็ทำบ้าง
แล้วก็เอาขนมปังมาเปิบทานกับแกง
อ๋อ แบบนี้ไม่ยาก จกส้มตำกับเพื่อนบ่อย ^^

นั่งทานกันไป เพื่อนก็ตักซี่โครงแพ่ะมาให้อีกชิ้นโต ๆ
อีกคนก็ตักข้าวหมกไก่ให้ พร้อมไก่สองชิ้น
พอเราทานไปสักพัก ก็ตักเพิ่มให้อีกชิ้น
(กระดูกแพะ กระดูกไก่กองใหญ่เลย ^_^’)
อิ่มมาก ๆ เจ้าบ้านและเพื่อนเอาใจใส่ดีมาก ๆ

นั่งดูทีวีกันไปสักพัก เทียงคืนกว่า ๆ ลูกชายเพื่อนสามีก็ออกมาเรียกเรา
เราก็เลยไปโผล่หน้าที่ห้องที่สามีนั่งอยู่ สามีก็เลยชวนกลับ
เราก็เลยออกมาร่ำลาเพื่อน ๆ แล้วก็กลับ
เืพื่อนสามีและลูกชายขับรถมาส่งที่บ้าน

เกือบ ๆ ตีหนึ่ง เรายังอิ่มมาก ๆ อยู่เลย
ก็เลยมานั่งพิมพ์อยู่นี่แหล่ะ
เสียดายไม่มีรูปประกอบ เพราะจะพกกล้องไปถ่ายก็เกรงใจ
เพิ่งรู้จักกันครั้งแรก

Popularity: 15% [?]

July 23, 2010 Posted Under: life in Saudi Arabia   Read More
Page 1 of 3123